อบรมวิปัสสนากรรมฐาน

อบรมวิปัสสนากรรมฐาน (Vipassana Meditation)

คำอธิบายหลักสูตร

วิปัสสนากรรมฐาน เป็นการอบรมเพื่อฝึกสติโดยเน้นด้านอิริยาบท 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน โดยเรียนรู้หลักมหาสติปัฏฐานในการใช้สติกำกับการเคลื่อนไหว ซึ่งการอบรมจะทำให้ท่าสนุก ผ่อนคลาย และมีความสุขมองเห็นหลักของสิ่งใหญ่ ๆ ล้วนเกิดมาขากสิ่งเล็ก ๆและทำให้ท่านเกิดความเข้าใจว่าวิปัสสนากรรมมฐานสามารถพบได้ในชีวิตประวัน ไม่ว่าท่านจะทำงานใน OFFICE ทั้งในบริษัท หน่วยงานราชการหรือพ่อค้า นักธุรกิจและประชาชนทั่วไป ท่านจะทราบเทคนิคในการใช้วิปัสสนากรรมฐาน เพื่อช่วยในการแก้ปัญหาความเครียด ความกดดัน นอนไม่หลับ ความไม่สบายใจ ไม่มีความสุขในชีวิต จิตไม่มีความสงบ ช่วยเพิ่มพลังชีวิตและให้ท่านสามารถมีความสุขได้จากอิริยาบถภายในตัวท่านเอง และท่านจะเข้าคำว่า เมื่อจิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป (จิตเต อสังกิลิฏเฐ สุคติ ปาฏิกังขา) เมื่อจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส ทุคติเป็นที่ไป (จิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา)

 

อบรมวิปัสสนา (Meditation Workshop at FIT Pro)

เมื่อจิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป

จิตเต อสังกิลิฏเฐ สุคติ ปาฏิกังขา (พุทธภาษิต)

 

Course

อบรมวิปัสสนากรรมฐาน (Vipassana Meditation)

Meditation

วิปัสสนากรรมฐาน เป็นการอบรมการใช้วิปัสสนาเพื่อให้เกิดสติ แล้วให้สติกำกับให้เกิดสมาธิ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตการทำงานใน OFFICE ทั้งในบริษัท หน่วยงานราชการและประชาชนทั่วไป โดยวิทยากรที่ชำนาญในวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งจะทำให้ท่านเข้าใจในวิปัสสนากรรมฐานที่แตกต่างจากสมถะกรรมฐาน การใช้วิปัสสนาเพื่อก่อให้พลังความคิด พลังกาย พลังใจ ช่วยให้ท่านฝึกสติปัฎฐานไปปรับประยุกต์ใช้ให้มีความสุขในชีวิตการทำงาน อันจะส่งผลดีกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานสามารถนำความสำเร็จมาสู่ชีวิต ด้วยพลังที่แฝงอยู่ภายในใต้สำนึกด้วยความเข้าใจธรรมของกายและใจตามความเป็นจริง

 

หลักสูตรนี้เหมาะกับ

พนักงาน OFFICE, ข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, หัวหน้างาน, ผู้บัคับบัญชา, นักธุรกิจ, เจ้าของกิจการ

 

Course Outline

  หัวข้อการฝึกอบรม

  การฝึกอบรม

 จำนวนผู้อบรม

  • ความหมายของวิปัสสนา
  • นิยามของวิปัสสนาและสมถะกรรมฐาน
  • ข้อแตกต่างของสมถะและวิปัสสนา
  • วิปัสสนาณาณ 9
  • พื้นฐานของสมถะกรรมฐานต่อวิปัสสนา
  • การเจริญวิปัสสนามีอยู่ 3 ลักษณะ
  • อิริยาบถ 4 ยืน เดิน นั่ง นอน
  • ลำดับของญาณและการรู้ในญาณ 16
  • กาย เวทนา จิต ธรรม
  • ไตรลักษณ์และพระโสดาบัน

 

 

 

  • ภาคทฤษฎีภาคปฏิบัติ

 

 

 

  25 -50 คน

 

ระยะเวลาการฝึกอบรม

   1. การอบรมใช้ระยะเวลา 1 วัน (ภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติเบื้องต้น)

   2. การอบรมใช้ระยะเวลา 2 วัน (ภาคทฤษฎีและปฎิบัติ)

   3. กรณีที่ท่านต้องการเลือกหัวข้อเพื่อเชิญวิทยากรบรรยาย ในบริษัทหรือองค์กร

       แต่ละหัวข้อใช้เวลา 1-3 ชั่วโมง (โดยประมาณ)

หมายเหตุ : การอบรมวิปัสสนากรรมฐานแบบ 2 วัน (กรุณาจองล่วงหน้า)

 

วิทยากร :

อ.วัฒนา วาทะพล C.HRD., FIT Pro

วิทยากรผู้เชี่ยวชาญการฝึกอบรม อาทิ The Power of Mind, Concentration, Meditation, Teamwork, Power Closing, Coaching, Personality Development, The Art of Public Speaking, Train The Trainer, Selling Process, Service Mind, Leadership, Supervisory Skill, Pro Presentation Skill, Course for Success and etc.

 

ติดต่อประสานงาน : Admin FIT Pro

Tel. (086) 981-1584

E-Mail :  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

Learn more About :

พุทธสุภาษิต

ไม่ยึดถือในรูปนามเพราะเห็นตามความเป็นจริง

สพฺพโส นามรูปสฺมิํ     ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ
อสตา จ น โสจติ     ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ.

ผู้ ใดไม่มีความยึดถือว่า ของเราในนามรูปโดยประการทั้งปวง และผู้ใด ย่อมไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปที่ไม่มีอยู่ ผู้นั้นแลท่านเรียกว่า ภิกษุ.
(พุทฺธ) จาก ขุ.ธ. 25/65.

นามรูป

คำ ว่า นามรูป แบ่งออกเป็น 2 คำ รูปอย่างหนึ่ง นามอย่างหนึ่ง คำว่ารูปนั้น คือ สิ่งที่เราเห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู สูดดมด้วยจมูก ลิ้มด้วยลิ้น ถูกต้องด้วยกาย สิ่งที่เรียกว่านาม ได้แก่ สิ่งที่รู้ด้วยใจ เช่น ความสุข ความทุกข์ ความรัก ความเมตตา ความกรุณา เป็นต้นนั้นเป็นนาม

เพราะ ฉะนั้น สิ่งใดที่เป็นรูป เสียง กลิ่น รส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ซึ่งบุคคลสัมผัสได้ด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย สรุปรวมเรียกว่าเป็นรูป บุคคลผู้ใช้ปัญญาพินิจพิจารณามองดูรูปนามเหล่านั้นในแง่ของความจริงตามหลัก ของสามัญลักษณะ คือลักษณะที่เสมอกันในสัตว์และสังขารทั้งหลาย ได้แก่ ความเป็นของไม่เที่ยง เพราะไม่ว่ารูปหรือนามก็ตามล้วนแล้วแต่มีความเกิดขึ้น และมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ในขณะที่เกิดมาแล้วก็มีการแปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ไม่หยุดอยู่กับที่สิ่งเหล่านั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วขณะ ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้น รูปนามทั้งหมดจึงตรงกันข้ามกับความเที่ยงแท้แน่นอน

รูปนาม ชื่อว่าเป็นทุกข์เพราะเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัย มีการเบียดเบียนทั้งกายและจิต ก่อให้เกิดความเร่าร้อน และตรงกันข้ามกับสิ่งที่เป็นสุข

มองให้เห็นใน แง่ของความเป็นอนัตตาคือความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เพราะว่าไม่มีใครสามารถบังคับบัญชารูปนามให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ ทุกอย่าง ไม่มีใครเป็นเจ้าของรูปนามเหล่านั้นอย่างแท้จริง เมื่อบุคคลได้นำรูปนามเหล่านั้นมาแยกย่อยออกไป ก็จะพบว่าไม่มีอยู่อย่างแท้จริง เป็นเพียงการเกาะกลุ่มของสังขารทั้งหลายเท่านั้นเอง

เมื่อผู้ใด พิจารณาเห็นรูปนามตามเป็นจริงแล้ว ไม่ยึดถือรูปนามว่าเป็นของเราโดยประการทั้งปวง หรือในเมื่อรูปนามแตกสลายไปย่อมไม่เศร้าโศก พระพุทธองค์ตรัสเรียกบุคคลเช่นนี้ว่า ภิกษุ คือผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร.

Quote : Liang Chiang Printing Publisher.

 
ค่ายล้างพิษตับแบบธรรมชาติบำบัดที่ดีที่สุดในประเทศไทย
เพชรพลอยแท้ แหล่งรวบรวมเพชรพลอยแท้
ทำเว็บ ! อยากได้เว็บไซต์ดี ๆ โทร.(086) 981-1584